2008/Mar/23

LUNCH's EXPEDITION.

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ อยู่หอก็ออกไปกินข้าวตอนบ่ายโมง..ด้วยความรู้สึกที่สบายๆดี เดินหมุนร่มไม้สุดคลาสสิคของเราไปพลางเสียบหูฟังเพลงสบายรื่นเริงๆไปด้วย
แต่มันเริ่มไม่สบายตรงที่แดดมันร้อนโคดๆๆเนี่ยอะสิ ตอนแรกกะว่าจะไปกินข้าวตากแอร์ที่ร้านคุณเจนที่200ปีซะหน่อย...  แต่..ด้วยความที่ทำบุญมาไม่พอ...จึงเห็นแผ่นกระดาษแปะอยู่ที่แผงเหล็กสีน้ำตาลหน้าร้านว่า

"หยุด 1 วัน" ... = _ =

 

...แระทำไมต้องมาหยุดวันนี้ด้วยเล๊าาา...กรี๊ซซซซ 

โวยวายไปในใจพลางเริ่มรูสึกถึงเหงื่อที่ทำให้เหนียวเหนอะหนะตัวมาตั้งแต่เมื่อประมาณสามนาทีที่แล้ว... = [ ] =ll
(วันนี้ใส่เสื้อjacketบริษัท... คือกะเอาไว้กันดำ... แต่ ...จะร้อนตายเอาอ่ะสิ = _ =lll)

สรุปแล้ว...เลยโซเซมุดเข้าร้านกินข้าว..ที่ไม่ติดแอร์... ที่พอจะเริ่มเปิดอยู่แถวนั้นบ้างแล้ว(ร้านแถวนี้มันเป็นไรก็ไม่รุ คิดว่าคนเราวันๆกินแต่ข้าวเย็นกันเรอะไงฟะ ไม่สี่โมงไม่ตั้งร้านอ่ะ = = ...แระตอนเช้าๆเที่ยงๆนู๋จะไปฝากท้องไว้ที่หนายย...ฮืออ   แถมมาโดนล่อลวงให้ซื้อของน่ากิ๊น น่ากินที่ขายกันเยอะแยะตอนเย็นๆเนี่ย มันทำให้อ้วนนนนนนนนนน)

อ่า...บ่นพอแล้ว ..มุดเข้าร้านที่ดูน่าสังสัยร้านนึงดีกว่า...

ที่ว่าน่าสงสัยก็เพราะว่า... I'd never had a vague idea ว่าร้านนี้มานคือร้านอะไรเลยน่ะสิ...
...หน้าร้านที่เป็นห้องแถว  มีผ้าใบกางกันแดดห้อยลงมาเกือบครึ่งของความสูงทางเข้า  เป็นป้ายที่มีรูปๆอะไรก็ไม่รู้ กับตัวเลข69 เดินผ่านเป็นสิบรอบก็ไม่เคยสนใจเล้ย
ด้านหน้าร้านเป็นโต๊ะไม้ตั้งเตาปิ้งลูกชิ้นเตาเล็กๆ ถัดไปบนยกพื้นเป็นcounterไม้ เห็นหม้อๆดินเผาวางหลายหม้อ แล้วก็เห็นมะม่วงแว้บๆ...
ส่วนอีกฝั่งทางขวาเป็นcounterเหมือนร้านก๋วยเตี๋ยว....

สรุปก็เลยให้นิยามร้านนี้กับตัวเองไม่ได้ซักที (เพราะไม่ได้สนใจด้วย เพราะเห็นคน(ที่คาดว่าจะเป็นคน)ขายยืนๆทำนู่นนี่กันหลายคนที่หน้าร้าน  ร้านๆนี้เลยตกสำรวจจากความสนใจของเราไปโดยปริยายเพราะเกลียดร้านกินข้าวที่พลุกพล่าน)


...ยังไงก็แล้วแต่  วันนี้ก็ได้ฤกษ์เข้าไปสำรวจที่ร้านแล้ว  ..เนื่องด้วยเหตุผลที่ว่า "ตรูร้อนจะตายหะอยู่แล้ว  ขอเข้าไปตากพัดลมซักร้านใกล้ๆนี้เหอะวะ!"(สุดทน)
พอก้าวเข้าขึ้นร้านไปเลยเพิ่งrealizeว่า โอ้ว.. นี่มันเป็นร้านหนุมจีนบุเฟ่ต์ที่ดูน่ากินดีนิหว่า.. O _ O   มองเห็นหม้อแสตนเลสน้ำยากินกะขนมจีนเรียงรายกันอยู่หลายหม้อ ดูสะอาดสะอ้านน่ากิน
แถมโต๊ะในร้านก็เป็นโต๊ะไม้รูปร่างเหลี่ยมๆมนๆที่ดูสะอาดน่ารักดี ข้างๆโต๊ะทุกโต๊ะก็แอบมีดอกไม้ที่ทำจากใบไม้ที่เหลือแต่ใย แล้วติดไฟสีส้มอันเล็กๆไว้ตรงเกสรด้วย  

..อุเหม่ เป็นร้านที่สะอาดและแอบกุ๊กกิ๊กดีแท้ เคาน์เตอร์น้ำด้านในร้านที่เป็นไม้ก็ดูสวยดี...อืมม หยั่งงี้ค่อยน่านั่งหน่อย(เรื่องมากไปป่ะ)

แต่ก็ยังไม่หายร้อนอยู่ดีเพราะดั๊นนใส่แจ๊คเกตไป... ไม่ดำ....แต่ต้องทรมานด้วยความร้อน = [ ] =llll จะเลือกอย่างไหนล่ะ.... เลือกยากทั้งสองอย่างเรยฟร่ะ อีตอนร้อนแล้วไม่สามารถถอดเสื้อที่อบๆเหนียวเหนอะหนะได้เนี่ย.. ก็โค๊ดดดจะทรมาน = =lll
สรุปว่ากินก๋วยเตี๋ยวต้มยำชามเล็กๆที่อิ่มพอดีๆ รสชาติก็แบบว่าพอกินได้ แล้วก็มีน้ำส้มคั้นใส่น้ำแข็งที่เย็นชื่นจาย.. มาช่วยดับร้อน แค่นี้ก็โอเคละ

พอกินเส็ดก็เดินต่อไปเยี่ยมเยียนร้านโครงการหลวงซะหน่อย....

..ร้านที่ขึ้นชื่อว่าร้านโครงการหลวงเนี่ย.... เป็นร้านที่เวลาเดินเข้าไปอุดหนุนร้านนี้แล้ว...  มันให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนกับเดินเข้าไปซื้อของที่ร้านปกติเลยนะ...

...อืมม มันเป็นimpressionที่uniqueมากอะ.... น่าสนใจมากๆ... ทั้งๆที่ของในร้านก็ไม่ได้ไฮโซอะไร...
แต่ทำให้รู้สึกว่าอยากเป็นregular customer.. เพราะเวลาเข้ามันรู้สึกว่า ..เรากำลังได้อุดหนุนผลิตภัณฑ์ของคนชาติเดียวกันอยู่นะ

..ของทุกอย่างในร้าน..เป็นของที่คนไทยเราทำขึ้นมาเองกับสมองและสองมือเองทั้งนั้น...แล้วรายได้มันก็ไม่ร่วงไปให้ใครที่ไหนด้วย
อุดหนุน ส่งเสริมคนไทยด้สยกันเอง... อะไรมันจะดีไปกว่านี้อีกล่ะ...
ยิ่งไปกว่านั้นอะนะ จุดสำคัญที่ทำให้เราชอบเข้าร้านโครงการหลวงก็คือ... รู้สึกว่าของทุกอย่างที่อยู่ในร้านอ่ะ... ไม่ใช่ของที่ทำขึ้นมาสั่วๆเพื่อขายเอากำไรนะ...
แต่เป็นของที่ผลิตขึ้นโดยคนไทย... ที่ส่วนหนึ่งก็ทำขึ้นด้วยความมุ่งหวังที่ว่าทำออกมาให้เพื่อนพี่น้องร่วมชาติกันได้ใช้
ดูเหมือนมันเป็นอะไรที่ทำขึ้นมาด้วยความมุ่งหวังที่ดีอะ...

...อันนี้จินตนาการขึ้นมาเองล้วนๆอะนะ  แต่นี่คือความรู้สึกตอนที่ได้เข้าไปอุดหนุนสินค้าร้านโครงการหลวง
หลักๆคงเพราะตัวสินค้าส่วนใหญ่ที่อยู่ในร้านด้วย ที่เน้นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ผลิตด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้าน back to the natureมากๆ...
เข้าไปแล้วเลยรู้สึกดี..

...แล้วยิ่งร้านโครงการหลวงที่มีดอกไม้จัดแจกันขายด้วยเนี่ย... สุดย๊อดดดดด > <,, ประทับใจอย่างรุนแรงเลยล่ะ  เพราะมีดอกไม้ใบไม้ที่ไม่ค่อยได้เห็นเยอะแยะแล้วก็งามๆทั้งนั้นเลย > <
กำลังจะหาซื้อโถแจกันมาจัดดอกไม้ในห้องแล้วล่ะ เพราะร้านโครงการหลวงนี่เอง...

..ยิ่งตอนนี้อยู่หอที่ระเบียงแคบๆ วันๆไม่ได้สัมผัสใบไม่ซักใบด้วยแล้ว... รู้สึกว่าความสดชื่นของต้นไม้ใบไม้เนี่ย...มันrefreshingแล้วก็ทำให้รู้สึกaliveมากๆเลยนะ.... อา...........
(เมื่อเร็วๆนี้เพิ่งซื้อดอกเบญจมาศสีม่วงอ่อนจากที่ร้านมา... สีมัน.... สวยมากๆเลยอ่ะ....... มากๆ.....
เลยได้ตระหนักว่า... อืม ทำให้เราrealiseขึ้นมาได้ว่าศิลปะแบบยุคโบราณๆ มันเป็นการที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติเหมือนอย่างที่เรารู้สึกอย่างงี้นี่เอง...
ชีวิตสมัยนี้มันช่างห่างไกลกับธรรมชาติเหลือเกินเว้ย)
...อยากได้ดอกเบญจมาศสีม่วงมาอีก....

  Photobucket

..แต่ จริงๆนะ... ไม่ว่าเราจะพยายามถ่ายรูปดอกไม้ดอกนั้นเก็บไว้มากแค่ไหน...  ก็ยังคิดว่ารูปภาพมันทำได้แค่เป็นเพียงเครื่องย้ำเตือนให้เราระลึกถึงความงามของดอกไม้ที่เราเคยได้เห็นกับตาอ่ะ...
ที่ได้เห็นจริงๆมันไม่มีอะไรมาเทียบได้..

เวอร์ไปป่ะ...


...เรามาต่อตอนlunch expeditionในวันนี้ของเราดีกว่า...

สรุปว่าเข้าร้านโครงการหลวงแล้วเลยได้นมสดจิตรลดามาหนึ่งขวด33บาท... กับขนมอย่างนึง ซึ่งไม่เคนกินมาก่อนเลย...


..มันมีชื่อว่า ขนมไฝฝ้า..

 

...เอ๊ยย ...  ขนม"ไหมฟ้า"...


5555


ไม่เคยเห็นเอามาขายมาก่อนเลย(อันนี้คิดว่าเป็นจุดขายอีกอันนึงของร้านเลยอะ  เป็นอะไรที่พ้นจากmass productionได้ล้ำมากๆ...) จริงๆเรียกว่าล้ำไม่ได้.. ควรจะบอกว่าเป็นร้านที่ไม่เปลี่ยนแปลตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันต่างหาก.. ซึ่งพอมาอยู่ในยุคสมัยนี้ กลายเป็นนำเทรนด์ไปเลย)

ขนมไหมฟ้า... เป็นขนมที่ทำเหมือนรังไหม...

..ชื่อดูไฮโซ       ...แถมราคาก็ยังไฮโซตามไปอีก  = =  (มีอยู่อย่างที่ไม่ไฮโซตามคือกล่อง เลยทำให้เราแอบหลงคิดไปว่าคงไม่แพง)
ก็ไม่แพงอะนะ ถ้านึกถึงวิธีทำกว่าจะได้ตะละอันแล้ว(อันนี้คือเดาเอาเองทั้งสิ้น)

..ก็คิดดูนะ กว่าจะทำน้ำตาลให้เป็นเส้นใยๆละเอียดๆๆสีขาวๆๆๆ แล้วเอามาม้วนเป็นก้อนกลมๆน่ากิ๊นนน่ากินอย่างงี้... ไม่ใช่เล่นๆเลย

สรุปเลยขายในจำนวน.... กี่อันฟะ... ต่อหนึ่งกล่องกลม ในราคาห้าสิบบาทถ้วน...(คนขายบอกเราว่าตอนนี้ขนมไหมฟ้าขึ้นเป็นราคาปกติแล้วนะคะ จากตอนแรกสี่สิบห้าบาท.... เอาะเหรออ..)

กี่อันไม่รู้...เพราะดันโซ้ยไปค่อนกล่องแล้ว O _ O  กะคราวๆก็คาดว่ามีสิบกว่าอัน


...ขนมไหมฟ้า... ม้วนมาเป็นก้อนกลมๆขาวจั๊วะ.. น่าร้ากกกกก...... 
มองแล้วทำให้นึกถึงว่ามันเป็นดักแด้ขาวจั๊วะที่นอนอุตุเรียงกันอยู่....   แล้วก็ถูกเราเจี๊ยะซะ..... 5555

พอเอาเข้าปากแล้วแบบว่า.... อื้มมม   นุ่มมม....
รู้สึกว่ามันคือไหมเลย  มันนุ่มม โพรงอากาศที่มีอยู่ทั่วทั้งอันทำให้กลิ่นน้ำตาลแปลกลอยเข้าโพรงจมูกเวลาที่เคี้ยว    ..พร้อมกับสัมผัสที่นุ่มๆลิ้น รู้สึกมันเป็นปุยๆ...
ส่วนตอนที่ใยน้ำตาล+แป้งเริ่มละลาย.. มันไม่ค่อยหวาน  คือว่าหวานกำลังดีเลย.. เคี้ยวไปพร้อมกับงาขาว+ดำหยินหยางคั่วที่ถูกห่อไว้  ...เป็นขนมที่น่าจะกินได้ทั้งผู้ใหญ่ทั้งเด็กเลยนะ(แต่แอบแพง)
..ขนาดพอดีคำ   น่าเอาไปกินเป็นเซตกับชามากๆ.... อืมมมมม > <

Photobucket Photobucket Photobucket

  Photobucket

จบการทดลองชิ้มขนมแปลกใหม่ไว้เพียงเท่านี้...

ต่อไปเป็นตอนขากลับ....

เดินผ่านคนhomelessคนนึงที่นอนอยู่ข้างถนน.... ตกใจมากเลย....


...แว่บแรกที่สายตากวาดไปเห็น ความรู้สึกแรกคืออะไรรู้มั้ย..

โอ้โห... O _ O  นี่คือคนที่อยู่ในโลกนี้จริงๆใช่มั้ย?
คือคิดเป็นความรู้สึกอะนะ บรรยายออกมาเป้นคำพูดได้ประมาณนี้

...เพราะอย่างแรกที่ติดใจเราคือ  'สี'


สีทั้งหมดที่ตัวเค้า... มันออกมาจากการ์ตูนเรื่องเกี่ยวกับยุคกลางในแถบตะวันออกกลางหรือแถบหมู่บ้านแบบไฟนอลแฟนตาซีชัดๆๆๆๆ O _ O !

เหมือนไม่ใช่คนที่อยู่ในโลกยุคเดียวกับเราเลย... 
(บรรยายไปปนความสงสารด้วยอะนะ  เพราะแน่ล่ะสิ.. ก็เห็นๆกันอยู่ว่าเค้าไม่ได้อยู่ใน'โลก' เดียวกันกับแกซักนิด)


ทั้งที่รู้อยู่แน่นอนว่านี่มันก็เป็นแค่ 'ความจริง'

...แต่สิ่งที่เด่นชัดกว่านั้น สำหรับเราก็คือ 'สี' ...ที่สวยมาก(paradoxสุดๆ)

..เค้าเป็นผู้ชายอายุซักสามสิบกว่าๆ มีหนวดหนาๆดำปึ้ด  ผิวสีน้ำตาลแดง..มีรอยคราบเปื้อนดำๆประปราย เสื้อผ้าที่ใส่เป็นสีดำกับเขียวเข้ม.. ที่เปื้อนคราบดำทั่วทั่งตัว
เป็นชุดที่ประกอบกันหลายชิ้น ไม่ทันได้มองรายละเอียดนาน เดี๋ยวชาวบ้านหาว่าประหลาด   แต่คร่าวๆคือมีเส้นๆสายๆขนาดคล้ายๆสายเอี๊ยม  แล้วก็เส้นเข็มขัดด้านๆ  สีดำกับเขียวเข้มแยกชิ้นกัน
โทนสีทั้งตัวเค้า.. มันเข้ากันไปหมด...  ...มันเป็นอะไรที่  เป็นของ 'ธรรมชาติ' จริงๆ... สุดยอด


...เป็นอะไรที่ทำให้รู้สึกตะลึงนิดหน่อย เพราะคิดว่าว่ามัน    ...สวย


จ้องอยู่ชั่วครู่ในระหว่างที่เดินช้าๆผ่านเค้าที่นอนหงายหลับอยู่ใต้ต้นหูกวางข้างตู้ไฟเขียวๆ..
พอเดินผ่านไปซักห้าหกก้าว.. ความคิดที่ตามมาตอนนั้นคือ..  เอ๊ะ.. นี่เค้าแอบถ่ายหนังกันอยู่ป่าวฟะ... แล้วถ้าแต่งตัวได้สภาพขนาดนี้... มันต้องเป็นหนังฮอลลีวู้ดแน่!

 

...บ้า

 

เดินถัดมาอีกซอยเจอคนhomelessอีกคนหุ่นอ้วนๆ นอนอยู่ตรงเพิงที่ทำเป็นที่นั่งของตำรวจ (ที่หลังคาเป็นรูปปิงปองผ่าครึ่งนั่นแล) ด้วยท่าที่ดูหลับสบายไร้กังวลดีมาก...


...อืม ...ก็เลยได้แต่หวังให้เค้ามีความสุขกับชีวิตของเค้านะ....

 


เสร็จแล้วเราก็เดินเข้าร้านกาแฟตากแอร์ ซื้อคาปูเย็นห้าสิบห้าบาทดูดให้ชื่นฉ่ำใจระหว่างเดินกลับเข้าซอย...

 


..จบ

 

ps อยากวาดรูป... คนhomelessคนนั้นอ่ะ
...เป็นชุดสีที่... ต้องฝึกอีกแค่ไหนฟะกว่าskillการใช้สีจะออกมาได้อย่างงั้น.... = =


 

edit @ 24 Mar 2008 00:17:34 by โฮโมแรงเยอร์

2007/Jun/14

แหะแหะ...

xxxHolicตอนดอกอาจิไซแดงเป็นตอนที่ชอบมากตอนนึงเลย... ไม่ใช่ที่ความหลอน

..แต่ตรงที่เป็นตอนที่โดเมะแสดงว่าเลิ้บๆว่าตานุกิมากๆเลยอ้ะ ,,> 3 < /

กรี๊ซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ

...เพราะวาตานุกิเป็นคนที่สำคัญมากขนาดนั้น....

...ไม่ว่ายังไง ก็ต้องพากลับมาให้ได้..

ว่าแล้วก็อยากอ่านโดจินโดเมกิตอนที่ขุดดิน+ตากฝนยืนรอน้องวาตาอยู่เป็นสิบชม.นี่จัง

( ,,> +< ) ถ้าว่างคงวาดสนองneedตัวเองไปนานแร้วว กรี๊ซซซซซซซซซซซซซ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

พอลงสีรูปนี้เส็ด.. ถึงแม้มันจะออกมาไม่แหล่มสุดๆเหมือนคนอื่น T ^ T

.. แต่ก็ดีใจที่รู้สึกว่าskillตัวเองดีกว่าเดิมขึ้นอีกนิดแล้วล

...สู้ต่อปายยยยยยไอ้แพนด้า~~~~555

ป.ล. (ยังอยากดูคนลงcgสดๆอยู่เหมือนเดิม TT ^ TT ) สอนนู๋หน่อยยยยยยย

ป.ล.2วาดดอกอะจิไซให้เป็นดอกเข็ม ...ทำได้ไงฟะ = [ ] =lll

ป.ล.3 bgใหม่ เป็นต้นเชอรรี่เสปนที่บ้าน (ซึ่งตอนนี้โดนตัดไปแล้วอ่ะ ; = ;)

2007/May/31

JxI again?...

Dunno : P

ทำให้นึกถึงficในboard reflectionเรื่องนึงที่อิโนะเป็นเด็กอนุบาลส่วนตี๋เจเป็นพี่ชายข้างบ้านที่น่าร้ากกกกกกกกก55555 นึกถึงรูปที่sheenaวาดที่ตี๋ขี่จักรยานพาโนะ(สภาพหลับ)ไปส่งร.ร.อยู่เลย555

..รูปนี้ทั้งโลลิคอนและโอจิคอนในเวลาเดียวกัน555

ชอบทั้งน้องหนูทีนั่งอยู่บนโตโตโร่ ทั้งเฮียมีหนวด(เสปก)ที่นั่งทำตาหวานอยู่55

...กรรม ลืมใส่รูปอีก - * -


edit @ 2007/05/31 16:38:07