2007/May/12

JxI อีกแร้นน... คราวนี้เป็นSD : P

.

.

.

.

.

ช่วงนี้บ้าSDและของน่ารักอย่างหนัก556 (แต่ก็ยังบ้ากล้ามอยู่เหมือนเดิม..เอิ๊กกก)

..ลงสีตาให้งามๆไม่เป็นอะ...ฮ่วย

..เริ่มลงสีแบบผสมกลืนๆเนียนๆคล่องขึ้น...กว่าเดิม (อยากไปดูคนงานแจ่มๆpaintสดๆอ้ะ.. > < )

...งานยังคงเทาเช่นเดิม... = _ = (ดีขึ้นกว่าเดิมหน่อย)

ขอคอมเม้นคนที่แวะมาดูหน่อยน้า... คิดว่าเป็นไงมั่ง

* * * * * * * *

อ่อ... แถมอีกอย่าง เอามาโชว์ห่วย555

(เรียกว่าโชว์พัฒนาการได้มั้ย ,,= _ =ll )

น้องหนูโชตะ SD กะลูกโป่งแดง....

..ในวงเล็บ ...กรุณามองข้ามวงๆที่ดูเหมือนจะเรียกว่าbgด้านหลังไปซะนะเคอะ.... = =ll

ทำให้งามๆไม่เป็นอ้ะ... รูปนี้ทำก่อนรูปบนนานเหมือนกัน

จะบอกว่าความจริงชอบการลงสีของลูกโป่งแดงมากกว่าหนูน้อยอีก...555

เพราะมันดูไม่แบนดี = =

รอบนี้ลองใช้เทคนิคใช้หัวบรัชขนาดเล็กเกลี่ยนให้ดูมีtextureไม่เลี่ยน (แต่ก็ทำแบบมั่วๆครั้งแรกอยู่ดี : P)

...พยายามฝึกต่อปายยยย

2007/Feb/23

Natsukashii

-

Nostalgic

-

ความหลังครั้งยังเยาว์... (เน่านิดหน่อย)

เป็นคำที่ช่วงนี้พบเจอบ่อย (จากการดูอนิเมแบบแฟนซับ = =)

เลยทำให้นึกถึงว่า...

ตอนเด็กๆเรามีความทรงจำอะไรที่แจ่มชัดมาจนถึงทุกวันนี้มั่งหว่า....

..หางดาบมันบอกว่าคนเรามักจะจำได้แต่เรื่องดีๆ...

อืมม..ก็คงจริงมั้งนะ...เพราะตอนเด็กๆก็มีเรื่องที่จำได้ไม่ค่อยมาก...

จำไม่ได้ว่าตัวเองวันๆทำอะไรมั่ง...

คงไม่ค่อยได้สนใจเรื่องตัวเองเท่าไหร่... (พอโตมาก็กลายเป็นว่าself-obsessed

จนนึกรำคาญตัวเอง = [ ] =)


...ดีจังน้า..ช่วงวัยเด็กที่มีสมาธิและจินตนาการดีเนี่ย...


อยากให้ตัวเองกลับไปมีความสามารถในการจินตนาการได้อย่างแจ่มชัดเหมือนตอนเด็กๆจัง...


ลองนั่งสมาธิบ่อยๆจะworkมั้ยน้า...

ก่อนจะออกนอกเรื่องก็วกกลับมาที่หัวข้อคราวนี้ดีกว่า...


(Entryนี้มันยาวมาก พิมพ์ผิดก็เยอะตาม... ยิ่งแป้นพิมพ์ใหม่มันทำให้พิมพ์ผิดง่ายกว่า

ปกติด้วยน่ะ(น่าน โทษแป้นพิมพ์ซะงั้น) กรุณาทำใจ และทำความเข้าใจก่อนนะคะแหะ

แหะ..แล้วจะมาแก้คำผิดอยู่เรื่อยๆฮ่ะ)

เป็นเรื่องของความทรงจำที่แจ่มชัดที่สุดของเราอย่างนึงในวัยเด็ก


..ซึ่งเป็นความทรงจำที่ดีเลยอยากจะเขียนบันทึกไว้ให้ตัวเองได้รู้สึกดีอีกครั้งเมื่อนึกถึง

+

+

แม่เราพูดบ่อยๆว่า...ตอนเด็กๆน่ะเหรอ...เราชอบอ่านหนังสือ...


อ่านมันทุกที่ทุกเวลานั่นแหละ...ไม่ว่าจะอยู่บ้านหรือนั่งรถไปเที่ยวไหน

ก็จะพกหนังสือนิทานไปอ่านด้วยตลอด...


ภาพมันก็ผุดขึ้นมาเลยถึงตอนที่ตัวเองกลิ้งอยู่บนเบาะหลังรถพ่อแม่ตอนไปเที่ยวด้วยกัน

นอนอ่านหนังสืออยู่ตลอด


กับและเสียงของแม่และพ่อที่จะมาคู่กันก็คือ

"นี่.. อ่านหนังสือบนรถอีกแล้ว เดี๋ยวก็สายตาสั้นกันพอดีหรอก"

55...แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่สายตาสั้นหรือเอียงเลยนะ :)

...หนังสือนิทาน...

เป็นความทรงจำที่ดีของเราวัยเด็ก... เป็นเพื่อนที่ดีของเรามากๆ


เราอยู่กับมันบ่อยจริงๆตอนเด็กๆ...


โดยเฉพาะตอนประถมเพราะพอเลิกเรียน กลับบ้าน แล้วแถวบ้านก็ไม่มีเพื่อนเล่นด้วยละมั้ง

เลยขลุกอยู่กับการอ่านหนังสือตลอด


อืม...จะว่าไปแล้วก็จำไม่ค่อยได้เลยแฮะว่ากลุ่มเพื่อนตอนประถมเนี่ย...เป็นใครกันบ้าง?

หน้าตายังไง? เสียงแบบไหน? ชอบแกล้งเรามั้ย?

จริงๆก็ไม่แน่ใจหรอกนะว่าอ่านบ่อยแค่ไหน เพราะตอนอ่านก็สนใจแต่เรื่องที่กำลังอ่าน

ไม่ได้สนใจว่าเวลานั้นคือเวลาอะไร กำลังทำกิจกรรมอะไรอยู่(คือไม่สน ฉันจะอ่านลูกเดียว)


อ้อ... นึกออกอีกอย่าง คืออ่านหนังสือตอนกินข้าวบ่อยมากกกกกกกกกกกกกกก

แล้วก็โดนป๊าม๊าบ่นบ่อยมากกกกกกกก ว่าเดี๋ยวอาหารไม่ย่อยเพราะเลือดมันไม่ไปเลี้ยง

กระเพาะ มันไปเลี้ยงสมองซะเยอะ555


555 เอาเป็นว่ามารีวิวเรื่องที่จำได้แม่นดีกว่า

นั่นคือเรื่องราวทั้งหลายที่เราได้อ่านตอนเด็กๆนั่นเอง

ทั้งนี้จะรีวิวเรื่องที่อ่านตอนช่วงประถมถึงม.ต้นเท่านั้นนะค้า เพราะช่วงม.ปลายมาก็รู้สึก

ว่าต่อมจินตนาการมันจะฝ่อลงนิดส์นึงน่ะ อ่านแล้วจิตนาการได้ไม่ดีเท่าตอนเด็กเท่าไหร่


ส่วนหนังสือทั้งหลายที่อ่านก็ยืมมาจากห้องสมุดโรงเรียนนั่นแหละ..จากsectionนิทาน

(ขอเรียกว่านิทานละกันนะ..เพราะตอนเด็กก็เรียกแต่นิทานๆ

..คำว่าวรรณกรรมเยาวชนเนี่ยก็เพิ่งมารู้จักเอาตอนม.ปลายนี่เอง)= =;


...อยู่ตรงชั้นติดหน้าริมหน้าต่างของห้องสมุด


..เป็นสถานที่ๆแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำของเราที่หนึ่งในความทรงจำวัยเด็ก


...เป็นsectionเล็กๆที่เราไปเยี่ยมเยือนอยู่แทบจะsectionเดียวในห้องสมุด


...เป็นที่ๆจำได้ว่าพอเดินผ่านเข้าประตูห้องสมุดปุ๊บก็ต้องตรงดิ่งไปที่นี่ทันที


...หนังสือนิทานเหล่านั้นจะวางอยู่ไม่เกินชั้นที่สามถัดจากพื้น(ซึ่งก็ดีแล้ว ถ้าสูงกว่านั้นเราคงดูไม่ถึง)


...ภาพตัวเองไล่หาหนังสือเรื่องที่ยังไม่เคยอ่านในsectionนั้นอยู่เป็นนานสองนาน

ทุกวันๆยังคงติดตรึง(คือจำได้ว่าแอบหงุดหงิดบ่อยๆเพราะกว่าจะหาเรื่องที่เรายังไม่เคย

อ่าน แล้วดูน่าจะสนุกเจอเนี่ย ...ก็เล่นเอามึนหัวไปเหมือนกัน เพราะเวลาดูชื่อเรื่องก็ต้อง

ใช้นิ้วเอียงหนังสือออกมาแล้วตะแคงคออ่าน= =;;)

ส่วนเรื่องที่เคยอ่านน่ะเหรอ...เป็นความทรงจำส่วนที่ดีที่สุดเลย


จะลองนึกไล่ดูเท่าที่นึกออกละกัน...


(เฉพาะภาพที่ติดอยู่ในสมองมาจนทุกวันนี้น่ะนะไม่มีการรีวิวเนื้อเรื่องอะไรมากมายหรอก55

จะเขียนถึงแค่ว่าอะไรที่ประทับใจเรา..

ที่เป็นภาพซึ่งติดอยู่ในความทรงจำมาตลอดนับตั้งแต่ตอนเด็ก


ซึ่งเป็นภาพที่เราอาจจะไม่สามารถมองเห็นได้อีกเหมือนเดิมในตอนนี้

ถ้าเราหยิบหนังสือเล่มนั้นๆมาอ่านอีกครั้ง)

+
WARNING: ระวังSpoil


+


เรื่องแรก 'สัตว์ประหลาดสารพัดนึก'


..เป็นเรื่องที่เราจำได้ถึงภาพเจ้าสัตว์ประหลาดสารพัดนึกตัวกลมคล้ายหนู สีดำๆ ขี้โมโห

และมักจะนั่งอยู่ในทรายร้อนระอุ...


และมักจะสนองการขอพรของเด็กๆ ..พรที่พาเด็กๆไปเจอเรื่องแสนมหัศจรรย์


(มาเจอเรื่องนี้อีกทีตอนอยู่มหาลัย ในวิชาchildren's literature

ชื่อเรื่องภาษาอังกฤษคือ'Five Children And It'

..ตอนที่รู้ว่าเรียนเรื่องนี้น่ะ..ดีใจมากๆเลย ความทรงจำครั้งเก่าๆมันหวนกลับมาอีกครั้ง

ถึงเรื่องนี้ที่ตอนเด็กๆเรายืมห้องสมุดมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีก(ประมาณสามสี่รอบมั้ง)

+

+

เรื่องต่อมาที่ฝังแน่นในควาทรงจำคือ 'ฮ็อบกับม้าค้างคาว'


เรื่อนี้อ่านในห้องสมุดแค่สองครั้งเองมั้ง เพราะตอนหลังพี่สาวก็ซื้อเรื่องนี้มาไว้ที่บ้าน

แล้วก็เลยอ่านซะจนเยินเป็นสิบๆรอบ5555

...ยังจำได้อยู่เลย ถึงเมืองเดนเวอร์ บ้านย่าที่เด็กๆสี่คนไปพักผ่อนแล้วก็พาเต่าใส่กรงไป

เที่ยวด้วย ...เต่าที่กินใบผักกาด(เพิ่งรู้ตอนนั้นเองว่าเต่ามันกินผักกาดเป็นอาหารได้

55)และท่าทางของมันตอนสูดหายใจเอาอากาศริมทะเลเข้าไปอย่างสดชื่นตอนที่ไปถึง

...โขดหินร้อนๆที่ใครบางคนบอกว่าถ้าเอาเบคอนไปทอดก็คงสุกพอดี


นึกถึงกลิ่นไอเค็มๆของทะเลเดนเวอร์ที่เด็กๆไปวิ่งเล่นแล้วโดนแดดเผาจนจมูกลอก...


..ภาพประตูขึ้นชั้นสองของบ้านที่เด็กๆไปพักซึ่งเกือบจะดูไม่รู้เพราะเหมือนประตูตู้กับข้าว


ภาพลูกสาวคนโตที่อาบน้ำในห้องน้ำที่มีหน้าต่างให้แสงพระจันทร์ส่องแสงนวลอาบไปทั่ว

..และที่สำคัญก็คือพวกของฮ๊อบ ม้าไม้ที่เด็กๆพามาตากอากาศด้วยกันทั้งหมดสิบตัว


มีตัวนึงสีเขียวตุ่นๆ หัวง่อนแง่นเพราะผูกไว้ไม่ดี ซึ่งเป็นตัวที่หดหู่ที่สุดและน่าสงสารที่สุด

..และยังจำได้ดีถึงภาพถ้ำของสัตว์ประหลาดหัวม้าตัวนั้น ซึ่งแสนอันตรายและชื้นแฉะ


...ที่ๆมืดและมีบ่อน้ำอยู่เต็มไปหมด ..และมีบ่อๆนึงที่ตุ๊กตาของลูซี่(ละมั้ง)

ต้องโชคร้ายตกลงไปในบ่อ


ภาพของตุ๊กตาที่ดำดิ่งลงไปในบ่ออันแสนมืดในถ้ำสัตว์ปีศาจ...

ยังทำให้ถึงความกลัวของเราตอนที่อ่านได้ดี...


ตอนที่อ่านน่ะ... ไม่อยากจะอ่านให้ถึงตอนสุดท้ายที่ต้องเข้าไปสู้กับปีศาจม้าน้ำตัว

เขียวเลย(55) เพราะมันน่ากลัว.. กดดัน... แล้วก็ลุ้นมาก > <

ทั้งๆที่อ่านมาแล้วหลายรอบก็ยังลุ้นทุกรอบเลยล่ะว่าฮ๊อบจะสู้เจ้าสัตว์ประหลาดไหวมั้ย55

เด็กๆนี่มันจินตนาการดีจริงๆ

+

+


+เจ้าชายแคสเปียน+


..พอนึกถึงพี่น้องสี่คนก็ต้องนึกถึงเรื่องของC.S. Lewisขึ้นมาทันที...

(เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าเรื่องพี่น้องสี่คนนี่ฮิตสุดๆเลยนี่หว่าทั้งCSแล้วก็คนเขียนFiveChildrenฯ แล้วก็ฮ๊อบด้วย

..แต่ดูท่าFive Childrenจะกึ้กสุดอะนะ

...มันไปตรงกะความเชื่อทางศาสนาเรอะ??หรือเกี่ยวกะกษัตริย์ในอังกฤษ?)

เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สนุกมากๆอีกเช่นกัน... เรียกว่าอ่านแล้วก็หลุดไปอยู่ในเมืองนาร์เนีย

กันได้นานเลยเพราะเรื่องมันค่อนข้างยาวกว่าเรื่องอื่น แล้วตัวละครก็เยอะ รายละเอียดเยอะ


เป็นการเดินทางในโลกของจินตนาการที่แสนวิเศษ...

(จะบอกว่าเรื่องนี้นึกภาพแบ็คกราวนด์ไม่ค่อยชัดเท่าเรื่องอื่นเพราะมันออกจะเฉพาะเป็น

cultureฝรั่ง เรื่งปราสาท ห้องโถง ป่าหิมะ ชุดเกราะ หรือเลื่อนของแม่มดขาว

รวมถึงสัตว์ในเทพนิยาย/นิทานของฝรั่งทั้งหลายตอนเด็กๆนั้นนึกภาพไม่ค่อยชัดเท่าไหร่)


แต่ที่จำแม่นอย่างนึงคือคาแรกเตอร์ของปีเตอร์ ซูซาน เอ็ดมันด์ ลูซี่...

ประทับใจแต่ละคนมากๆ...


..อ้อ... แล้วก็ไม่เคยนึกหน้าอัสลานออกซักที... คือเขาออกจะอยู่เหนือโลกไป

ซักหน่อย ...เอาหน้าสิงโตธรรมดาๆมาจิ้นก็คงไม่ใช่แน่ๆ ทั้งพลังอำนาจ ขนที่เป็นสี

ทองอร่าม เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่เราไม่รู้จะเอาอะไรที่เคยเห็นในโลกไปจิ้นเทียบได้เลย55

แล้วก็พอมาเห็นโปสเตอร์หนังที่เป็นรูปthe white witchเนี่ย...ตอนนั้นตะลึงไปเลย

เพราะครั้งแรกที่เห็นนั้นยืนอยู่ระดับเดียวกับโปสเตอร์ผืนใหญ่กว่าสองเมตร...

แม่มดขาวสุดยอดดดดดดดดดดดดมากๆๆๆๆ,,> [ ] <,, เจ๋ง+เท่+มีพาววอร์กว่าที่เราเคยจินตนาการเอาไว้มากๆ ชุดsheก็สุดยอดดดดไปเลย โอ้วววววววววววว

ตอนเด็กๆอ่านเจ้าชายแคสเปียนเป็นเล่มแรกซึ่งเป็นเล่มที่พี่สาวซื้อมา แล้วหลังจากนั้นก็

เลยไปค้นๆๆดูในห้องสมุดก็เจอชุดนาร์เนียอีกสองเล่ม


เล่มแรกคือ'เมืองในตู้เสื้อผ้า'(ซึ่งคิดว่าสนุกว่าแคสเปียน เพราะแคสเปียนมันรบเยอะไป

แล้วตอนที่อ่านเราก็ยังไม่รู้ที่มาที่ไปเท่าไหร่ด้วย)

ยังจำได้ถึงความรู้สึกที่ว่าบ้านท่านศาสตราจารย์ช่างลึกลับและมหัศจรรย์ซะจริงๆ


อีกเล่มก็คือ 'ผจญภัยสุดขอบฟ้า'

..ยังจำได้ถึงเรือหัวมังกรสีเขียวๆในภาพที่เด็กๆหลุดเข้าไปได้ชัดเลย

ว่าพอจ้องดูอะไรเขียวๆในภาพโยนไปโยนมา..ซักพักเอ็ดมันด์ก็ได้กลิ่นทะเลเค็มซะแล้ว


..ยังจำได้ว่าEustaceในเรื่องช่างทำตัวน่ารำคาญมากๆ

..ตอนที่เจอเล่มสุดท้ายนี่ในห้องสมุดอะนะ ดีใจมากๆๆๆเลย เพราะคิดว่าชุดนี้จะไม่มีที่

ห้องสมุดซะแล้ว ..มันยังค้างคาใจอยู่เลย แล้วอีกอย่างก็เวียนอ่านเจ้าชายแคสเปียนที่บ้านซะจนเยินแล้วด้วย


แต่ไม่ค่อยชอบเล่มสุดท้ายนิดนึงตรงที่ มันเหงาๆโดดเดี่ยวยังไงชอบกล..

พอปีเตอร์กับซูซานไปแล้ว ก็เหลือแค่เอ็ดมันด์กับลูซี่ กับการเดินทางในทะเลที่อ้างว้าง

ไปถึงสุดขอบโลกที่ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนและเมื่อไหร่จะไปถึง...

อีกทั้งยังต้องเดินทางเพราะต้องไปตามหาอัสลานอีก...

ในเรื่องนี้ไม่มีอัสลานมาคอยช่วยอยู่ข้างๆแล้ว และยังไปอยู่ในดินแดนที่ชื่อฟังดูแสนห่าง

ไกล... ซึ่งอยู่ในที่ๆเรียกว่าเกินกว่าสุดขอบโลกไปอีก...เห้อ....


การเดินทางสุดขอบโลกเล่มนี้เลยอ่านทวนไปแค่สองสามครั้ง O _ O


เรื่องเมื่องในตู้เสื้อผ้าก็ได้มาเจอในวิชาChildren's Literatureอีกเช่นกัน

555 ดีใจเหลือหลาย ได้กลับมาอ่านเรื่องโปรดในวัยเด็กอีกรอบ เหมือนได้เจอเพื่อนเก่า^ ^ ขอบคุณอาจารย์Frankมากๆด้วย > < รักอจ.ที่สุดเลยค้า~~~


พอมาอ่านอีกครั้ง..ก็นะ.... คนละเรื่องเลย... จินตนาการยังคงเห็นภาพอยู่ แต่ก็

คิดว่าไม่ต่อเนื่อง และติดตราตรึงใจเท่ากับภาพที่เห็นตอนเด็กๆ...

อ่านตอนโตแล้วเราให้ความสนใจไปที่ภาษามากขึ้น...

อยากเขียนเรื่องภาษากับจินตนาการมานานแล้วเหมือนกัน..ไว้อีกเอนทรีนึงดีกว่า= =)


... พอโตแล้วก็ถึงรู้ว่า โอ้โห.. ชุดนาร์เนียนี่ไม่ได้มีแค่สามเล่มนะ..

มีถึงเจ็ดเล่มเลยตะหาก O _ O

..พอโตมาแล้วก็รู้สึกเหนื่อนที่จะติดตามเอามาอ่านซะงั้น T ^ T

ต่อมจินตนาการอันสุดยอดจ๋า... กลับมาทำงานเต็มสตีมอย่างเมื่อก่อนจะได้ไหม...

(ท่านนพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์...ช่วยมาตอบหนูหน่อยสิคะว่าทำยังไงดี)

+

+

เอาล่ะ จบจากชุดนาร์เนีย ก็มาต่ออีกเรื่องที่ช่วงนี้กำลังดังเพราะเอามาทำหนัง

'Charlotte's web'นั่นเองงง

'แมงมุมเพื่อนรัก' เป็นหนังสือนอกเวลาตอน...ป.5ละมั้ง

เป็นเรื่องที่รู้สึกว่าจะอ่านเพราะว่าเป็นหนังสือนอกเวลา...

ตอนนั้นรู้สึกว่าฟังชื่อเรื่องบวกกับภาพปกแล้วมันช่างดูน่าเบื่อเหลือเกิ๊นน(ชอบแบบผจญภัยหรือเวทย์มนต์วิเศษมากกว่า)


..แต่พออ่านแล้วก็...ซึ้งงงงงงงงงงซะ.... หมูอะรั๊ยยยช่างน่ารักใจดี

กับมิตรภาพระหว่างแมงมุมในโรงนากับหมู

..แต่ก็เศร้ามากตอนชาร์ลอตต้องจากไปเนี่ยแหละ TT ^ TT ถึงกับน้ำตาไหลพรากกันเลยทีเดียว


..สำหรับเรื่องนี้..ภาพที่จำได้ก็มีแต่...

ใยแมงมุงที่ถักเป็นตัวอักษรของชาร์ลอต...

วิลเบอร์สีชมพู...

แล้วก็ไข่เป็นก้อนๆที่อัดไข่ใบเล็กๆใสๆที่มีลูกๆอยู่เต็ม...(แอบยี้)

...เอ แล้วจำได้ว่าวิลเบอร์ต้องอมไข่ชาร์ลอตต์ไว้ในปากด้วยใช่ไหมหว่า....

=[ ] =lll


...เป็นเรื่งแรกที่เราอ่านที่มีการลาจากซึ่งเกี่ยวกับความตาย... แต่ก็กลับทำให้เรารู้ว่า

ถึงจะตายไปแต่เรื่องก็ยังไม่สิ้นสุด...ยังมีลูกชาร์ลอตต์เล็กๆให้เป็นความหวังของการเริ่มต้นใหม่อีก...


เรื่องนี้อ่านซ้ำไปอีกสองรอบมั้ง.. ไม่อยากหยิบมาอ่านบ่อย..เพราะมันเศร้า ; _ ;



+

+


ต่อไปเป็นเรื่อง 'กระรอกเทาเจ้าโพสซั่ม'


...ซึ่งเรื่องนี้เนี่ย...เจออยู่หลายcopyมากในsectionนิทาน = " =

...ทำเอาเราแอบหงุดหงิดเพราะรู้สึกว่ามันไม่น่าอ่านเอาซะเล้ย

(ตัดสินเอาจากชื่อเรื่องทั้งนั้นเพราะหนังสือเกือบทุกเล่มจะห่อปกแข็งสีเขียวมั่ง น้ำเงินมั่ง

น้ำตาล หรือแดงมั่ง)

...แต่สุดท้ายเป็นเพราะนั่งงมหาเรื่องที่ไม่เคยอ่านอยู่นานสองนานแล้วก็ไม่เจอ

แล้วเจ้าเรื่องนี้ก็โผล่มาให้เห็นหลายรอบมากจนเบื่อ


สุดท้ายก็ตัดสินใจ ..เอาวะ อ่านก็ได้...

ก็เป็นเรื่องที่สนุกเรื่องนึงทีเดียว....แต่จำเนื้อเรื่องไม่ค่อยได้แล้ว555 ก็เป็นเรื่องของ

กระรอก แล้วก็เรื่องของตัวโพสซั่ม(ที่ป่านนี้ก็ยังนึกไม่ออกว่ามันหน้าตาเปนไง = =;)


เรื่องนี้ไม่เห็นเห็นปก... เล่มที่อ่านก็เป็นปกแข็งห้องสมุดอ่ะจ่ะ


+

+


'ประตูวิเศษ'


เป็นเรื่องที่เจอบ่อยเหมือนกันตอนไปหาหนังสืออ่าน..แต่ก็ไม่เคยหยิบ

เป็นนิทานเล่มบางๆ... หรือคิดว่ามันจะจบเร็วเกินมั้งเลยไม่อยากหยิบ...

แต่สุดท้ายก็มาเจอที่พี่สาวซื้อมาไว้ที่บ้านนี่แหละ = [ ] =

..อยู่ว่างๆก็เลยหยิบมาอ่านจนได้....

สรุปว่า...ไม่รู้ว่าเพราะfirst impressionหรือยังไงไม่รู้นะ..

เรื่องนั้นอ่านจบไปอย่างแกนๆ ไม่มีอะไรประทับใจ = =

อโทษนะคะคุณผู้เขียน...

+


+


จะว่าไปแล้วเรื่องที่เราเลือกอ่านเนี่ย..จะเป็นเรื่องแปลทั้งนั้น

(ก็เพราะนิทานไทยมันน้อยยยยยยยยยมากด้วยแหละ)

อย่างเรื่องพลาย...อะไรซักอย่างที่เจอบนshelfหลายcopyมากกกกกจนเบื่อ

อีกเหมือนกัน ก็ไม่เคยยืมมาอ่านซะที... = " = ไม่รักชาติแต่เด็ก

คือชื่อมันก็ดูน่าเบื่อแล้วน่ะ...อีกอย่างคือชอบเรื่องแนวfantasyด้วยละมั้ง

ของเมืองไทยถ้าจะมีfantasyก็นู่นเลย..สังข์ทอง...อะไรทำนองนั้น

ซึ่งมีอยู่ในบทเรียนอยู่แล้ว..แล้วยังเป็นกลอนที่เวลาเรียนในก้องยังแสนนนนจะน่าเบื่อ

ชวนง่วงซะอีก = [ ] = ..เลยพยายามหลีกเลี่ยงไปโดยปริยาย

เรื่องพวกแนวสืบสวนก็อ่านหลายเรื่องอยู่นะ...แต่จำไม่ได้อะ = [ ] =

ประมาณขบวนการนักสืบน้อย อะไรทำนองนั้น...


รวมถึงเรื่องsci-fiก็อ่าน..แต่จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร = =

+

+

ส่วนอีกเรื่องนึงที่ไปค้นมาได้จากการเดินแวะเวียนไปใกล้ๆsectionนิยาย(เพราะหาเรื่องที่จะอ่านในsectionนิทานไม่เจอแล้ว)


นั่นคือเรื่อง'ตำนานแห่งดาวเคราะห์อัศจรรย์'


...นับเป็นเรื่องที่หลอนประทับใจเรามากจริงๆ อ่านเวียนอยู่ซักห้าหกรอบได้

(เพราะเล่มมันหนาแล้วก็คิวไม่ค่อยว่าง มีคนยืมตลอด

เวลาเรานึกอยากอ่านเรื่องนี้อีกก็จะแอบหงุดหงิดเพราะไม่ค่อยon shelfเลย)


เป็นหนังสือที่รวมเรื่องสั้นเอาไว้ รู้สึกจะเป็นคนเขียนคนเดียวกัน

...มาเรื่องสั้นเรื่องแรกก็ทำให้เราอึ้งและตะลึงไปเลย...

เป็นเรื่องของฝูงลิงในญี่ปุ่นที่กำลังอดอยาก...แล้วก็ภาพชาวนาที่เก็บเห็ดพิษไปกินนั่น...

กับความรู้สึกถึงความรับผิดชอบของจ่าฝูง 'คองคิชิ'

...ความเศร้าสลดที่อัดอั้น หดหู่ กับความอดอยากของฝูง

...กับความหวังอันน้อยนิดที่จะออกเดินทาง

...แล้วก็ตอนสุดท้ายของเรื่องพอได้เจอกับฤดูใบไม้ผลินั่น....

มันสุดยอดมากๆจริงๆ....


เรื่องสั้นอีกเรื่องคือ ตำนานแห่งดาวเคราะห์อัศจรรย์ตามชื่อหนังลือ...

เป็นเรื่องที่เต็มไปด้วยความอัศจรรย์จริงๆ..เต็มไปด้วยความน่าประหลาดใจ

ความระแวงในภัยที่อาจจะมาถึง

ความน่าเศร้า ความทุกข์ทรมาน... มันรวมกันเป็นเรื่องที่ประทับใจเรามากจริงๆ

(ซาดิสม์? O _ O;)


ยังจำได้ถึงเวทีที่ชาวดาวเคราะห์อัศจรรย์มามุงดูเหตการณ์สำคัญกันทั้งดาว

จนทำให้ดาวเคราะเอียงกะเท่เร่ไป...

จำได้ถึงผงสีขาวลึกลับจากดาวโลก... และภาพของโรคร้ายที่น่ากลัวนั่น...

โอววววว.


ใครเห็นเรื่องนี้ขายที่ไหนบอกหน่อยนะะะ

+


+


อ๊าาาาา... อีกเรื่องนึงๆๆ ลืมไปได้ยังไง... เรื่อง 'เจ้าชายน้อย' ไง เรื่องนี้อ่าน

ทวนอยู่ซักสามสี่รอบละมั้ง ไม่อยากอ่านบ่อยเพราะทำให้เรารู้สึกหดหู่ = =


เป็นเรื่องแรกๆที่เรายืมมาอ่านจากห้องสมุด

เป็นหนังสือสือเล่มบางๆ กระดาษสีน้ำตาลๆ ที่ยืมมาก็เพราะมันมีภาพประกอบด้วย

เป็นเรื่องที่ตอนนั้นเราimpersonateตัวเองไปกับเจ้าชายได้ดีมากๆ

..สนุกมากๆกับการผจญภัยไปตามดาวต่างๆของเจ้าชาย.....

แต่ก็รู้สึกได้ถึงความเหงาโดดเดี่ยวอย่างเหลือประมาณเช่นเดียวกัน...

การเดินทางของเจ้าชายก็ช่างโดดเดี่ยว จำได้ว่าตอนนั้นไม่ชอบเจ้าดอกกุหลาบ

เลย...ทำไมต้องทำร้ายเจ้าชายอย่างงั้นด้วย...


แต่ก็จำได้แม่นถึงประโยคที่ใครซักคนในเรื่องพูดเอาไว้ว่าดอกกุกลาบน่ะ

บอบบางมาก เลยต้องพยายามที่จะปกป้องตัวเองด้วยการมีหนามคมๆเล็กๆเอาไว้

จำได้ติดตาถึงภาพเจ้าชายเดินวนไปบนดาวที่ตัวเองอยู่เพื่อทำความสะอาด

ดูพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก...

มันช่างดูโดดเดี่ยวจริงๆ...

ดอกไม้ที่อยู่ด้วยก็ยังซาดิสม์ชอบทำร้ายเจ้าชายทางจิตใจอีก ; _ ;


อ่อ.. นึกออกอีกอย่างคือตอนนั้นเกลียดงูในเรื่องมาก T = T

ทั้งน่ากลัวในอำนาจของพิษมัน...

ทั้งน่ารังเกียจ แล้วยังเจ้าเล่ห์อีก TT = TT ฮืออ ตอนนั้นน่ะ..กลัวเจ้างูนั่นจริงๆ...


คนแต่งที่ขับเครื่องบินที่ดันมาน้ำหมดกลางทะเลทรายก็ยังดูเหงาอีกเหมือนกัน...

เหงา ๆ ๆ อ้างว้างๆ ๆ โดดเดี่ยว ๆ เหลือเกินนะเรื่องนี้...

แต่ก็แอบมีความอบอุ่นแฝงอยู่ในบางช่วงด้วย ก็ในตัวเจ้าชายนั่นแหละ....

..อ่า ชักจะลืมเนื้อเรื่องไปละ... ไปเอามาอ่านใหม่อีกซักรอบดีกว่า...

+

+


อืมมม... เริ่มนึกเรื่องที่ยืมจากห้องสมุดมาอ่านไม่ออกแล้วแฮะ = " =

อะรัยกัน... ออกจะเยอะแยะบานตะไท...แต่เอ...

สงสัยตอนนั้นมันยังเด็กมากเลยจำไม่ค่อยได้ละมั้ง = =

คือเป็นช่วงตั้งกะพออ่านได้คล่องคือป.3ละมั้งที่อ่านหนักๆ

ยืมมันเล่มต่อเล่มพยายามทำสถิติเปลี่ยนเล่มสมุดจดบันทึกหนังสือที่ยืม

(ซึ่งเคยมากสุดก็คือหนึ่งเล่มกว่าๆละมั้ง555 ต่อหนึ่งปีการศึกษา)

พอขึ้นชั้นใหม่ก็เปลี่ยนเล่มทุกที = " = แอบเซ็ง..เรากะจะทำrecordซะหน่อย

จำได้ว่าก็เห็นคนที่มาเปลี่ยนสมุดจดบันทึกเหมือนกัน..แบบว่าพยายามจะแข่งเค้า555


อีกอย่างอาจจะเป็นเพราะหนังสือ ปกมันเหมือนๆกัน O + O ..เกี่ยวมั้ย?

เลยจำได้ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่.. ผสมปนเปกันไปซะหลายเรื่อง

โดยเฉพาะเรื่องทำนองสัตว์โลกน่ารัก..กับเรื่องทำนองแก๊งค์เด็กผจญเนี่ย

จะเอามาผสมกันเยอะมาก555


หลังจากช่วงนั้นตอนซักป.5ป.6ม.ต้นก็เริ่มหาซื้อหนังสือมาอ่านเองที่บ้าน

เราซื้อมั่ง พี่สาวซื้อมั่ง(ส่วนใหญ่จะเป็นพี่ซะมากกว่า)

ก็ยังเด็กนี่นะ ไม่กล้าใช้กะตังเยอะๆ = [ ] =


สำนักพิมพ์ที่อุดหนุนบ่อยที่สุดก็คือสนพ.ผีเสื้อนี่แหละ ^ ^ รูปเล่มสวย ปกสวย

กระดาษดี แล้วก็สนพ.คบไฟ

เรื่องที่มีอยู่ที่บ้าน.. เริ่มเรื่องแรกๆคือ 'การเดินทางของความรู้สึกสวยๆ'

..ทีแรกไม่อยากหยิบมาอ่านเพราะชื่อมันโรมานซ์เกิน555


เป็นหนังสือเล่มบางๆรู้สึกจะมีทั้งหมดสองเล่มมั้ง รวมเรื่องสั้นๆเอาไว้(เรื่องแปลอีกแล้ว)

รู้สึกจะมีเรื่องของสัตว์ตัวเล็กๆอยู่เยอะ.. เรื่องการเล่นของเด็กๆ...


จำเนื้อเรื่องไม่ได้แล้วล่ะ นึกออกแต่ภาพปกเป็นรูปเด็ก สีปกเขียวอ่อน กั

บอีกเล่มส้มอ่อน กับเรื่องในนั้นซึ่งนึกออกแค่แวบๆ แต่รู้แค่ว่ามันสนุกมากจริงๆ

... สุดท้ายเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่หยิบเอามาอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีกนับสิบๆรอบจนเปื่อยย

ไปไหนก็พกไปด้วย (อย่างนึงเพราะมันเป็นเรื่องสั้นๆ)


...เสียดายมากๆที่เรื่องนี้มันได้อันตรธานหายไปทั้งสองเล่ม T ^ T

เสียใจจริงๆ... กำลังคิดว่าจะลองไปหาดูที่จตุจักร....จะมีมั้ยน้า....

+

+


ต่อไปเป็นเรื่องที่พี่ซื้อมาให้อ่านที่บ้านอีกแล้ว...

เป็นเรื่องที่หยิบมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นล้านรอบ555

จริงๆก็ประมาณ...น่าจะถึงยี่สิบรอบละมั้ง

ชื่อเรื่อง(เพิ่งนึกออกตะกี๊) 'ครอบครัวลูกดก'


เป็นเรื่องของครอบครัวๆนึงในอังกฤษซึ่งมีลูกๆหลายคน(6หรือ7คนละมั้ง)

เป็นครอบครัวที่ต้องอยู่อย่างประหยัด แต่ก็เป็นเรื่องราวที่น่ารักมาก

ไม่เครียดหรือเศร้ารันทดจนเกินไปเท่าไหร่เลยหยิบมาอ่านได้บ่อยๆ)

ส่วนภาพที่จำได้ก็คือ.. ปลาทอดกับมันฝรั่งที่สองสามีภรรยาไปกินกัน...


ภาพทั้งสองคนไปเดินในart galleryแล้วเจอภาพเด็กผู้หญิงกับดอกไม้

..ชื่อภาพมีคำว่าlilyอยู่ แม่ก็เลยเอามาตั้งชื่อลูกสาวคนแรกว่า Lily Lily Rose(น่ารักเชียว55)(ขอโทดนะจ๊ะที่หัวเราะ.. ฮิฮิ)

ซึ่งทำให้ลูกสาวต้องโดนล้อเรื่องชื่ออยู่บ่อยๆ อีกทั้งลูกสาวโตมาก็ไม่ได้บอบบางน่าทะนุ-

ถนอมเหมือนชื่อตัว โดยออกจะเป็นเด็กที่อวบสมบูรณ์อยู่ซักหน่อย ^^


จำได้ถึงชื่อศิลปินของภาพคือSargeantซึ่งแม่ลิลี่โรสคิดว่าคนวาดสะกดคำว่าSergeantผิด O _ O


จำได้ถึงวีรกรรมของลูกๆที่น่ารักแต่ละคน ^ ^,,

ทั้งเคท(ละมั้ง) (คือรู้สึกว่าน่าจะชื่อนี้) ลูกคนที่ตัวผอมที่สุด ทำหมวกใบใหม่ที่เอาไว้

ใส่ไปเข้าโรงเรียนใหม่ที่แม่ซื้อให้ตกทะเล ตอนไปเที่ยวกับเพื่อน แล้วก็เลยต้องนั่งกิน

ขนมปังเปียกน้ำทะเลปนน้ำตาไป


ซึ่งเธอเสียดายมาเพราะเป็นของเครื่องใช้ที่เป็นของเธอเอง ไม่ได้เป็นของที่ตกทอด

มาจากลิลี่โรสเหมือนปกติ รวมถึงเป็นเหมือนรางวัลที่เธอเรียนดีด้วย(..ถ้าจำไม่ผิด)

..จนสุดท้าย เธอต้องพยายามหาเงินมาซื้อหมวกใหม่เองด้วยการเก็บเห็ด (

ยังจำได้ชัดถึงภาพเห็ดดอกโตขาวๆที่ผุดอยู่มากมายในไร่)

แล้วสุดท้ายก็ต้องเจอกับเรื่องวุ่นวาย...แต่เรื่องก็จบด้วยดี

(อ่านแล้วนึกถึงตัวเองเลยล่ะ เวลาเผลอทำของหาย แบบว่าเข้าใจความรู้สึกที่กลัวแม่จะ

ว่าๆไม่รักษาของ โดนdiscreditแล้วก็จะไม่ซื้อให้ใหม่อีกต่อไป; _ ;

น่าสงสารเธอจริงๆเคท)


อีกทั้งเรื่องของลูกชาย(ซักคน) ที่เดินเลียบไปตามลำธารทั้งวันเพื่อดูว่ามันจะไหลไปถึงไหนกัน


แล้วก็เรื่องของsweet William น้อย แล้วก็Bettyที่มีชื่อจริงอย่างหรูหราซึ่งตั้งตามQueenว่า Elizabeth


โอวว... คิดถึงครอบครัวนี้จริงๆ

+


+


พูดถึงเด็กๆแล้วก็นึกได้อีกเรื่อง 'แมรี่ป๊อบปินส์'


เรื่องนี้อ่านตอนป.หกละมั้ง ไม่ก็ม.ต้น คือตอนโตมาหน่อยแล้ว...

แต่เรื่องนี้ก็ยังสนุกกกกกกกมากกกกกกกกกกกกกกจนอ่านทวนซ้ำๆไปจนหนังสือเปื่อย

ยยปกเยินนนมากอีกเหมือนกัน ...สำหรับเรื่องนี้คาดว่าไม่ต่ำกว่า20รอบแน่ๆ5555


ชอบทุกอย่างของเรื่องนี้เลยเพราะความmagical ยังจำได้ถึงน้ำยาสีแดงกับสีเขียว

มะนาวที่แมรี่เทออกจากขวดๆเดียวกันให้เด็กทั้งสองคนกิน...

ตอนไปซื้อของเล่นให้พ่อแม่/น้อง ตอนที่เด็กทารกทั้งสองคนจะลืมภาษาก่อนที่

ฟันจะเริ่มขึ้นซี่แรกแล้วเด็กๆทั้งสองก็ร้องไห้โยเยกับนก

ตอนเรื่องของน้องหมาไฮโซ ตอนไปสวนสัตว์ที่เจอคุณงูเหลือมที่น่าเกรงขาม

ที่เป็นคนบอกว่าทุกสรรพสิ่งในโลกล้วนเป็นหนึ่งเดียวกัน...ซึ่งแม้แต่ต้นไม้ หรือดวงจันทร์ก็ยังจะดูเหมือนจะเต้นตามสัตว์ในงานเลี้ยงไปด้วย

แล้วก็ตอนไปหาร้านขนมปังขิง(น่ากินมากๆ) แล้วต้องไปเก็บเอาดาวมาประดับไว้บนขนมปัง...

กับตอนที่เป็นวันซึ่งเด็กผู้ชายคนนั้น(จำชื่อไม่ได้)ลงจากเตียงผิดด้าน O _ O


ทั้งอะไรอีกหลายๆๆๆอย่าง เป็นเรื่องที่อ่านแล้วมีความสุขจริงๆ

(จำของว่างตอนน้ำชายามบ่ายได้แม่นเลย ทั้งเค้กทั้งbiscuitและของกินอื่นๆอีกมากมายในเรื่องนี้55)


...เอ...เรื่องนี้สรุปว่าหาไม่เจอใช่ไหมหว่า;_ ; ....

สงสัยต้องไปหาซื้อใหม่ซะแล้ว


เรากับพี่สาวชอบเรื่องนี้มากๆๆเหมือนกัน พอตอนหลังมาเจอ 'แมรี่ป๊อบปินส์กลับมา

แล้ว'ก็ดีใจกันใหญ่ แต่เพราะมันเล่มหนามากแล้วก็ราคาสองร้อยกว่าๆ (ก่อนนั้นซื้อ

หนังสือสนพ.ผีเสื้อส่วนใหญ่ที่ราคาราวๆ80-90บาท)

เดี๋ยวนี้180เป็นขั้นเริ่มต้นแล้วสินะ T ^ T)

ทำไมขุมทรัพย์แห่งความรู้และสื่อเพื่อการพัฒนาคนมันถึงได้แพงเยี่ยงนี้ล่ะ..

โอ๊ยยังไม่อยากบ่นยาว..
มาต่อด้วยเรื่องต่อไปกันดีกว่า...

...ยัง ...ยังไม่จบง่ายๆหรอกค่า ความทรงจำวัยเด็กของอิชั้น..

(วันนี้มามาดสาวแตก)

+

+

..เรื่องต่อไปเป็นเรื่องแรกที่ซื้อมาอ่านเอง...'เรื่องเหลือเชื่อ'

ของนักเขียนในดวงใจ โรอัลด์ ดาห์ล


เป็นเรื่องสั้นหลอนๆที่หยิบมาอ่านซ้ำแล้วซ้ำอีกน่าจะเกินยี่สิบรอบเหมือนกัน(แต่มักจะเลือกอ่านเฉพาะเรื่องที่ชอบ)


เรื่อง'ขาแกะแช่แข็ง' เป็นเรื่องแรกของเล่มที่อ่านแล้วเกิดอาการอึ้ง

ถูกดูดให้ชอบเล่มนี้ไปเลย


อีกเรื่องในเล่มนี้ที่ชอบมากคือเรื่อง 'คอนาง' อ่านแล้ว...สยองมาก...

คุณสามีแอบโหดสุดๆ.. O [ ] O อึ้งตอนท้ายเรื่องจริงๆpassionateมาก


กับอีกเรื่องที่ไม่ค่อยชอบแต่ก็อ่านบ่อย(?) คือเรื่อง 'ชาวใต้'

ชื่อเรื่องไม่น่าสนใจสำหรับเราเอาซะเลย... แต่ก็ตื่นเต้น ประหลาด

และเพี้ยนดีตามสไตล์


อีกเรื่องที่ชอบตอนtwisted ending(มันถือว่าtwistป่าวหว่า)

คือเรื่องนักชิมไวน์

...เพิ่งสังเกตตัวเองว่าเรื่องที่มีเก็บไว้ที่บ้านนี่ก็อ่านจนพรุน จนเปื่อยไปซะทุกเล่มเลยเนอะ55


เพราะว่ามีเวลาว่างเมื่อไหร่ก็ต้องหยิบหนังสือนิทานเหล่านี้มาอ่านย้อมใจตลอดอย่างกับเสพติด O _ O;

ถึงแม้จะเคยอ่านแล้ว...แต่สำหรับเด็ก..มันก็สนุกทุกครั้งเมื่อได้จินตนาการ...


รู้สึกขอบคุณพี่สาวด้วยที่ชอบซื้อหนังสือมาอ่านด้วยกัน(ดีไม่เปลืองเรา55)

ขอบคุณอจ. ห้องสมุดด้วยที่หาหนังสือมาให้เราได้ชอนไช55 อจ.จันทรวรรณ

> /\ <,, ชอบคุณจริงๆค่าา

+


+


..อ่า... ยังไม่จบง่ายๆหรอกนะ555 ไหนๆเขียนแล้วก็เอาซะให้หมดเท่าที่นึกออกเลย...

...อีกเรื่องที่อ่านจนเปื่อยก็คือ 'คาราวานนางฟ้า' Betrix Potter


เรื่องนี้รู้สึกจะซื้อผิดมาด้วยเหตุผลบางประการ = =;;

แต่ในเมื่อซื้อมาหมกอยู่ที่บ้านเราแล้วก็ต้องถูกไชจนพรุนนนนไปตามระเบียบ


จริงๆเรื่องนี้ตอนแรกๆอ่านแล้วไม่ค่อยอินเพราะมันมีcultureฝรั่งอยู่เยอะมากจนเรานึกภาพตามไม่ค่อยออกเลย

ทั้งโรงนา ยุ้งฉาก ฟาร์ม ระแทะ(?)(อันนี้ใช้เวลาอยู่นานเลยกว่าจะนึกได้เป็นรูปเป็นร่าง)

ทั้งสัตว์เมืองหนาว ม้าขนยาว หิมะ ดอกไม้ ต้นไม้เมืองหนาว หมู่บ้าน ป่าไนติงเกล = =

โอว...มันไม่make senseสำหรับเราเอาซะเลย....แต่พออ่านไปหลายๆรอบก็

เริ่มต่อเติมภาพเอาเองต่อไปเรื่อยๆได้....

แล้วที่สำคัญ.... คนเขียนเรื่องวนี้วาดรูปได้น่ารักม้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ,,> o <,, กรี๊ดดดดดดดดด


ตัวเอกของเรื่องนี้คือหนูที่ดันถูกล่อลวงให้ซื้อยาปลูกขนขวดละหลายเมล็ดพริกไทย

(เพิ่งนึกออกเดียวนี้ว่าเครื่องเทศเป็นของแพงของฝรั่ง)

(ตอนนั้นแค่คิดว่าจ่ายด้วยเมล็ดพริกไทยก็ดูน่ารักดีละมั้ง...)


สรุปแล้วขนเลยงอกออกมาซะจนตัวเอกขวัญหนีดีฝ่อ...ความจำเสื่อมกันไป

สุดท้ายก็ได้ไปอยู่กับคณะละครสัตว์ที่จัดโดยสัตว์ด้วยกันเอง...

ในเรื่องนี้มีแต่สัตว์ล้วนๆ ไม่มีมนุษย์หน้าขนเข้ามาเกี่ยวข้องเลยซักกะติ๊ด...

...ยังจำได้ดีถึงภาพchapterที่หนูขนยาวตัวเอกของเรื่องไปหาดักแด้ช่างตัดเสื้อ

ภาพเริ่มตอนนั้นเป็นเจ้าหนูช่วยดักแด้เป็นลูกมือคอยจับผ้า.. ภาพนั้นมันน่าร้ากกมากกก

กกกกก เป็นภาพที่เราเปิดไปดูบ่อยที่สุดในเล่ม แล้วก็นั่งจ้องอยู่น่านที่สุดในเล่มเลย ,,> <,,

จำได้ถึงร้านแมวหลุยซ่าที่โดนก้างปลาทิ่มเหงือกเอาไม่ออก

ตอนที่ไปช้อปปอ้งหาเครื่องแต่งตัวให้หนูขนยาวมาตัวเป็นชุดสุลต่านจากซานซิบาร์


เรื่องเล่าของพวกหนูที่พยายามเอากระดิ่งไปแขวนคอแมว.. หนูที่โดนเอาไปชุบแป้ง

ทอด ทำลูกกวาดหนู...(แต่เค้าเล่าออกมาในแนวน่ารักอ่ะนะ55)


เป็นเรื่องราวที่น่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกที่สุดดดดดดดดดดเลยยยยยยย > 3 <


ทำให้รู้สึกว่าเข้าไปอยู่ในโลกของสัตว์ที่พูดได้ที่แสนมหัศจรรย์....

+

+


อีกเรื่องที่ลืมไม่ได้คือเรื่อง 'แม่มด' โดยโรอัลด์ ดาห์ล

เรื่องนี้อ่านครั้งเรียกแล้วก็กลัวทุกครั้งเลยที่มีแม่มดอยู่ในฉาก...

เล่าถึงแม่มดได้น่ารังเกียจแล้วก็น่ากลัวมากๆ....

ปกติเป็นคนชอบเรื่องเกี่ยวกับแม่มด+เวทย์มนต์..แต่อ่านเรื่องนี้แล้วไม่อยากเป็นแม่มดเลยแฮะ55


เป็นเรื่องที่ลุ้นตั้งแต่ต้นจนจบ สนุกมากๆๆๆๆๆๆอีกเรื่องหนึ่ง...


แต่เรื่องนี้อ่านไม่เกินห้ารอบเพราะหอบไปมาด้วยหลายที่ สุดท้ายเลยหาไม่เจอซะ

T ^ T มาหาซื้อได้อีกรอบก็ตอนขึ้นม.ปลายละมั้ง..

ตอนนั้นก็เริ่มอ่านนิทานสนุกน้อยลงแล้วล่ะ T ^ T

+


+


อีกเรื่องที่ชอบมากๆๆๆๆๆๆคือเรื่อง 'ย.จ.ด.' (เพิ่งรู้หลังจากอ่านว่าเป็นของโรอัลด์ ดาห์ลอีกเหมือนกัน)


อ่านแล้วฮามุขตัวย่อต่างๆแล้วก็ชื่อประหลาดทั้งหลายแหล่มากๆ สนุก เต็มไปด้วย

จินตนาการ... ทั้งเรื่องตอนไปเก็บความฝันกับยจด.ก็สนุกมากๆๆ


ยังจำได้ถึงสถานที่นั้น.. ที่มีหมอกอยู่เต็มไปหมด.... กับของกินของยักษ์ชั่วร้ายที่เหมือนแตงกวาดองที่มีชื่อประหลาดๆ


เรื่องย.จ.ด.นี่อ่านไปสองสามรอบก็หาไม่เจออีกเหมือนกัน T ^ T

+

+


มาถึงเรื่องแบบคลาสสิคกันบ้าง
ตอนนั้นไปบ้านยายที่เชียงใหม่ บังเอิญไปเจอหนังสือที่ปกหลุดวางอยู่ในห้องเก็บของ


มันคือ 'เทพนิยายกริมม์'


น้าบอกว่าเป็นหนังสือที่ยายซื้อไว้ สรุปแล้วก็เลยยึดมาอ่านซะ..เหอเหอ

ขอบคุณค่ะคุณยาย


เรื่องของกริมม์ค่อนข้างจะแอบโหด แต่ก็สนุกมาก ตื่นเต้น เดาเนื้อเรื่องต่อไปไม่ออกเลย...


ที่จำได้แม่นก็มีเรื่องของผลแอปเปิ้ลที่กินแล้วจมูกจะงอกกกยาวเฟื้อยยย แต่ก้ากินลูกแพร์ก็จะหายดังเดิม

ก็เลยมีเจ้าหนุ่มคนนึงเอาไปใช้หลอกแต่งงานกะลูกสาวพระราชาซะ555


...แล้วก็มีอีกเรื่อง...ซึ่งอันนี้เริ่มไม่แน่ใจว่ามาจากเล่มเดียวกันหรือเปล่าแฮะ...

เป็นเรื่องของเจ้าชายที่ถูกสาปให้เป็นงูใหญ่ ซึ่งกินสาวๆมาหลายคนแล้ว55

จนมาถึงนางเอกซึ่งมีคนบอกเคล็ดลับให้ว่าให้ใส่ชุดเจ้าสาวซ้อนกันไปเจ็ดชุด

สรุปแล้วงูก็เลยลอกคราบเจ็ดชั้น หญิงสาวก็ถอดชุดออกเจ็ดครั้งพร้อมกัน

แล้วงูใหญ่ก็กลายเป็นเจ้าชายสุดหล่อ ก็เป็นอันว่าถอนคำสาปกันได้เรียบร้อยโรงเรียนกริมม์


อยากหามาอ่านอีกจังแฮะ... ไม่รู้ถ้ามาพิมพ์เป็นวรรณกรรมเยาวชนอีกจะโดนเซนเซอร์

มั้ยเพราะเหตว่าviolenceเต็มไปหมด555

+


+


เรื่องสุดท้ายนี่พอจะนึกออกก็คือเรื่อง 'บ้านร้างอันแสนสุข'


ซึ่งเราซื้อมาเอง ...ชื่อเรื่องดูน่าเบื่อมากๆอีกแระ = =;;

แต่ซื้อมาเพราะมันลดละมั้งถ้าจำไม่ผิด ซื้อตอนงานสัปดาห์หนังสือที่โรงเรียน ซึ่งเป็นงาน

ที่เรารอคอยงานนึงประจำปีเลยล่ะ ,,> + <,, ตอนนี้รู้สึกว่าแค่เดินดูก็เพลินและมี

ความสุขแล้ว เดินในงานได้นานๆเลย(และยิ่งถ้าได้ซื้อทุกเล่มที่อยากได้ก็จะดีมาก555)


เรื่อง'บ้านร้างอันแสนสุข'...เป็นนิทานไทยที่อ่านแล้วสนุกมากกกกก

แม้ว่าเนื้อเรื่องจะไม่fantasy

เป็นเรื่องความสัมพันธ์ของสัตว์ไม่กี่ตัวที่อยู่ในบ้านเดียวกัน...


น่าสงสารเจ้าโต(ละมั้ง)มากๆ ที่ถูกเจ้าของทิ้ง T ^ T ทำกันได้นะ...

แล้วก็มีเจ้าจิ้งหรีด ที่เคยแอบเข้าไปกินขนมในตะกร้าจนได้ถูกพาไปที่วัด...

แล้วก็มีนกแก้วอีกตัว กับเจ้าแมงมุมใยเหนียว


..เรื่องนี้ถึงชื่อไม่ค่อยดึงดูด..แต่ก็อ่านไปจนพรุนอีกเหมือนกัน..

ไม่ต่ำกว่าสิบรอบแน่ๆ555เพราะเล่มมันบางด้วยเลยหยิบมาอ่านบ่อยกว่าเล่มอื่น

จำได้ถึงความรู้สึกดีใจตอนที่ในเจ้าโตได้กนข้าวจนอิ่มที่วัด... บางวันมีข้าวคลุกน้ำพะโล้ ^ ^


พออ่านถึงตอนเจ้านกเค้าแมว กับเจ้าลายเสือตัวร้ายเนี่ย...มันสุดยอดมากๆๆ

แทบจะหลับตาปี๋ด้วยความตื่นเต้น+กลัวทุกครั้งเลย....


ตอนไคลแมกซ์ก็สนุกมากๆๆตื่นเต้นน ลุ้น ระทึกดีจริงๆ...


แล้วก็ยังประทับใจเรื่องความสัมพันธ์ของสัตว์ทั้งหลายเหล่านี้ด้วย..

เป็นอีกเรื่องที่ทำให้เราเสียน้ำตาเลยที่เดียว ; + ;

+


+


โอ้ววว


อีกเรื่องที่ลืมไม่ได้ก้คือเรื่อง 'รถวิเศษ'


เป็นเรื่องที่น่ารัก วิเศษ และถูกอ่านจนพรุนๆๆๆๆซักสิบกว่ารอบได้ละมั้ง อ่านทีไรก็สนุกทุกรอบ


จำได้ถึงแตรรถเสียงพิเศษของคุณพ่อ(เหมือนกันที่ป๊าเราเคยมีตอนเราเด็กๆเลย

มีทั้งเสียงหมู ไก่ แมว ช้าง เสือ ฯลฯซึ่งป๊าจะไม่กดบ่อย นานๆทีถึงจะเปิดใช้ให้

ลูกๆได้กรี๊ดกร๊าดเล่น ^ ^ ..ชอบมากๆ

จำได้ว่าตอนนั้นรู้สึกเหมือนมันเป็นของพี่ทั้งพิเศษและวิเศษมากๆๆๆ)


กลับมาเรื่องหนังสือต่อ = = nostalgicเวิ่นเว้อไปมากมายทุกที...


อ่า... ที่จำได้ดีอีกก็มีลูกอมร้องเพลงที่คุณพ่อทำขึ้นแล้วให้เจเรมี่กับเจมิม่า

ลองเป่ากันดู.... ตอนนั้นนึกออกว่าตัวเองกำลังเป่าลูกอมรสหวานเปรี้ยวนั่น

อยู่เลยล่ะ ^ ^,, จนกระทั่งลูกอมมันละลายไปจนเป่าไม่ได้แล้ว


นอกจากนั้นก็นึกถึงภาพครอบครัวภาพแรกในหนังสือ

..เป็นภาพที่ยืนเรียงกันสี่คนพ่อแม่ลูก กับหุ่นหนาๆ คุณพ่อตัวใหญ่ๆ น่ารักดี


เรื่องนี้พี่สาวซื้อมาไว้ที่บ้าน เค้าก็ชอบเรื่องนี้มากเหมือนกัน

ล่าสุดเจ๊แกก็ก็ซื้อวีดีโอหนังเรื่องนี้ติดกลับมาด้วย(ยังไม่ได้เปิดดูเลย)


เอาล่ะ..นึกไม่ค่อยจะออกแล้ว.....


นอกจากเรื่องที่กล่าวถึงมานี่ก็มีเรื่องที่พอจะนึกออกอีกบ้างเช่น

ราโมนาจอมแก่น..(เอ อันนี้มันเหมือนจะค่อนข้างใหม่นะ)


...ผีซ่าฮานาดะ....


เฮ้ย... ผิดประเภทแระ...


เอาเป็นว่าตอนนี้นึกถึงความทรงจำดีดีในวัยเด็กออกก็เท่านี้


ขอขอบคุณผู้เขียน ผู้จัดทำทุกท่านที่ทำหนังสือดีดีออกมาให้ลูกๆหลานๆได้อ่าน

กันนะคะ ( > /\ < ) ขอบคุณมากๆ

------------------

พอsearchรูปประกอบก็ไปเจอบล็อกนี้มา

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=ubonwan&group=2

> <,,แจ่มมากๆเลยล่ะค่ะ มีหนังสือที่เราพูดถึงปกอีดิชั่นที่เราอ่านหลาย

เล่มเลย...ลองเข้าไปดูกันน้า มีหนังสือเจ๋งๆหลายประเภท

พอเปิดไปดูปุ๊บก็ทำให้นึกได้ว่ามีเรื่องที่เราประทับใจค้างอยู่อีกตั้งหลายเรื่องนี่นาอย่าง :


เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก


จิ้งหรีดเข้ากรุง


ด็อกเตอร์ดูลิตเติ้ล


คุณพ่อขายาว


อัญมณีแห่งชีวิต อัญชัน(ที่ทำเสียน้ำตาไปหลายแกลลอน)


นางนวล


อีแร้ง


สี่แผ่นดิน

เอาไว้ต่อวันหลังละกัน...เช้าแหล่ววว

วันนี้วันเสาร์...ไปตะลุยกรุหนังสือเก่าจตุจักรกันเถอะ555

2007/Feb/10

ฉลองthemeใหม่ด้วยentryใหม่ซะหน่อย555

เมื่อซักสี่ทุ่มเพิ่งไปขุดอิโนะอัลบั้มPhotographที่โหลดมานานแล้วมาฟัง(ขอโทดน้าอิโนะ..แต่ไม่รู้จะไปสั่งที่ไหนดีง่ะ Tower Recordsจะมีขายมั้ยน้า> < ไว้เข้าเมืองแล้วจะไปสั่งซื้อนะกร๊า ,,= 3 =,,)

ฟังแค่Raize เพลงแรกก็คิดทันทีว่า "อัลบั้มนี้ต้องGETว้อยยย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!" (จิงๆอัลบั้มอิโนะก็ซื้อหมดอยู่แร้วอะนะ)

อัลบั้มนี้อิโนะพัฒนาเสียงร้องขึ้นเยอะมากกจากเมื่อก่อนที่ร้องไปหลับไปทำเสียงแหบเซกซี่ไป... (แต่ก็ชอบนะ ,,> 3 < /) (ริวต้องช่วยเทรนให้แน่ๆ เรื่องร้องเพลงเนี่ย = = ) ....ทำให้รู้สึกว่าอิโนะenergetic(แบบแสดงออก)ขึ้นมาก (แต่ก็ยิ่งคิดว่าเสียงอิโนะ "เคะ" โคดๆๆๆๆ+ความน่ารัก สดใสขึ้นไปอีกในอัลบั้มนี้ แฮะแฮะ*หัวเราะและทำหน้าหื่นๆ*

แหม... ถ้าไม่ได้มาเป็นrockerก็น่าจะไปเอาดีทางเป็นidolหนุ่มน่ารักจริงๆ55555

ฟังอัลบั้มนี้หนแรกๆชอบRaize, Kuchibashi, Room,แล้วก็Numbมากๆๆ เตรียมเอาไปตัดเป็นringtoneแระ..หุหุ

แต่เสียดายนิดนึงคือชอบNumbแบบที่เคยอยู่บนเวบอิโนะมากกว่าคือเล่นท่อนเดียววนไปวนมาไม่มีเสียงอะไรแทรกเลย555 แต่ในอัลบั้มมีเสียงแทรกเยอะรวมทั้งแร๊พด้วย ซึ่งส่วนตัวแล้ว... คิดว่าแรพผิวหมึกกะอิโนะเนี่ยไม่ได้เข้ากันเล้ย... ..ไม่สามารถmix imageให้เข้ากันในหัวได้ = =;;

อ่า.... สรุปแล้วอยากจะเขกกะโหลกตัวเองซักร้อยสองร้อยรอบที่เพิ่งเอาอัลบั้มนี้มาฟัง....

รู้สึกดีจริงๆที่ได้ฟัง ..ทุกเพลงมันเป็นอิโนะแบบที่เราชอบมาตลอดมากๆ....

ในอัลบั้มนี้ไม่มีเพลงไหนเลยแฮะที่ไม่ชอบ... เรียกว่าหลายๆเพลงค่อนข้างฟังง่ายขึ้น rockขึ้น...เพลงที่อารมณ์สดใสๆก็มีเยอะ ^ ^,,

พอฟังแล้วเลยทนไม่ได้ ไปsearchหาเนื้อเพลง(ซึ่งก็ไม่เจอ = [ ] =lll) เลยไปเจอบอร์ดsugizolove.comแล้วก็linkๆๆไปyoutubeจนได้นี่มา ..ทำให้อยากเอามาแปะในblogจนทนไม่ได้ > <

อันแรก... เป็นpv Raize ซึ่งตอนที่ดูฉบับpreviewในyoutubeแล้วก็คิดว่า...

'ทำไมหนุ่มถึกๆคนนั้นแกคล๊ายยยคล้ายพี่Jจังฟะ' เหมือนตั้งใจให้คล้าย(อีกแล้ว)(?) ประมาณว่าอยากให้เป็นfan serviceชวนให้จิ้นกันซะงั้น O _ O ? ..แต่ก็ได้ผลล่ะค่ะ...หนูแอบจิ้นไปซะล้านรอบจนน้ำตาซึมเพราะคิดถึง T ^ T

(มันเป็นเรื่องของฝันที่ไม่เป็นจริง(?))sweetest coma again....

...เจอหลายรอบแล้วล่ะ... ในเอ็มวี...หรือlive(ไม่แน่ใจ) ของโนะที่จะมีคุณมือเบสที่ชอบทำหัวทองๆใส่เสื้อกล้ามเล่นแบบบ้าพลังเหมือนตี๋ถึกเนี่ยอยู่ด้วย...(ชื่ออะไรไม่รู้)

อืม คิดมากเข้าข้างตัวเองไปป่าวฟะ...มันอาจจะเป็นเทรนด์ฮิตของเค้าก็ได้นะ = =;;

อ่า... ว่าจะเอาlink PVเต็มๆมาแปะ... แต่กลับไปอ่านใหม่.. อย่างงั้นเค้าเรียกว่าทำhotlinkนี่หว่า... = =;;ตุ่นจริงๆกรู....

งั้นแปะจากเวบคุณหลอดแทนละกัน แบบpreview....

โปรดสังเกตคุนพี่ที่เหมือนพี่เจ....

เหมือนจงใจจิงๆนะ แบบอาศัยเอาไฟส่องให้เห็นแค่หัวตั้งๆทองๆและแขนล่ำๆ55

ชอบตอนที่ฉายไฟส่องหน้าโนะด้านข้างให้เห็นจมูกแหลมๆกับคางมนๆกับริมฝีปากตอนร้องเพลง....

อร๊ากกกกกก= , , = ทำเอาน้ำหมากหก...เลือดกำเดากระฉูดกันเลยทีเดียว....

ส่วนอันต่อไปเป็นclipแนะนำ(ละมั้ง) อัลบั้มใหม่ของTourbillon

...ฟังดูอาจจะเหมือนไม่มีอะไรแต่... พอกดplayปุ๊บโปรดจ้องที่อิโนะอย่ากระพริบตา....

...แล้วจะเกิดอาการheart-attckอย่างที่เราเป็นมาแล้วหลายๆรอบ เพราะเปิดวนดูซ้ำๆๆๆๆๆๆ5555

อยากจะตะโกนดังๆว่า....

*โนะน่ารักโคดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด*

...เห็นแล้วแบบว่า...มีความสุขจนน้ำตาไหล5555 *yokatta~* ...อิโนะคงมีความสุขและรื่นเริงดีสินะ T _ T / ....ดีจัง

Inoran... I always wish for your happiness...

,,= 3 =,, *ดร๊วบๆๆ*

...โอ๊ยยย.. ตอนนี้กำลังฟังLyrical Rampageอยู่.... อยากไปดูคอนเสิร์ตโนะเว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย (fan clubก็ไม่ได้เป็นอีก T ^ T อยากสมัครจะแย่อยู่แร้น..งืออออออ ใครช่วยสงเคราะห์หน่อยสิค้า~~~~~~)

p.s. themeเกาลัดหน้าโหดนี่มันไม่เข้ากะเพลงโนะกะTorbillonเอาซะเล้ยยยยย